Social Value Thailand Forum 2017

  Social Value Thailand ภายใต้ความร่วมมือกับ Social Value International ซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรชั้นนำทั่วโลกในการกำหนดมาตรฐานและพัฒนาบุคลากรด้านการประเมินผลตอบแทนทางสังคมและวิสาหกิจเพื่อสังคม บริษัท ไนส์คอร์ป เอส.อี. จำกัด ในฐานะองค์กรประสานงานหลัก ร่วมกับบริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส) ได้กำหนดจัดงานสัมมนา Social Value Thailand Forum 2017 “Accounting For Value and the 17 Sustainable Development Goals (SDGs)” ในวันพุธที่ 20 ธันวาคม 2560 เวลา 13.00-17.00 น. ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผ่านเครื่องมือ Social Return on Investment (SROI) ในการขับเคลื่อน ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (The Sustainable Development Goals : SDGs) โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 100 ท่าน และมีวิทยากรกล่าวปาฐกถาพิเศษ 3 ท่าน ได้แก่

·         ดร.ปรเมธี วิมิลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในหัวข้อ ความท้าทายของการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติสู่การเปลี่ยนแปลงโดยความมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งสู่สมดุลของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

·         คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ในหัวข้อ เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์สร้างคุณค่าร่วม

·          Dr. Adam Richards Senior Researcher of Social Value UK ในหัวข้อ Global Movement towards accounting for Greater Social Value

           ในหัวข้อ ความท้าทายของการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติสู่การเปลี่ยนแปลงโดยความมีส่วนร่วม เพื่อมุ่งสู่สมดุลของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดร.ปรเมธี วิมิลศิริ กล่าวว่า ความท้าทายของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกณฑ์การชี้วัดต่างๆ อาจจะไม่รุนแรงเท่าประเทศอื่นๆ แต่ยังต้องใช้ความพยายามในการแสดงความก้าวหน้าในระยะยาวเพื่อบรรลุเป้าหมายต่างๆให้ดีขึ้น ให้เกิดความ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วยด้าน 6 ด้าน ได้แก่ การสร้างความมั่นคง การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสความเสมอภาคทางสังคม การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารการจัดการภาครัฐ เป็นต้น เป้าหมายที่กำหนดนั้นประเด็นสำคัญ คือ สร้างกลไกลการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน นั้นหมายความว่าทุกคนนั้นเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อท้าทายและโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ไปสู่เป้าหมาย

          ในหัวข้อเพิ่มมูลค่าธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์สร้างคุณค่าร่วม คุณวรวรรณ ธาราภูมิ กล่าวว่า การทำธุรกิจในประเทศไทย นั้นมองแค่เป้าหมายระยะสั้นไม่คำนึงต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในเป้าหมายระยะยาวอาจจะไม่เห็นผลได้ทันทีทันใด แต่ถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนและเป็น Active Citizen (ผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม) ร่วมกัน

          ในหัวข้อ Global Movement towards accounting for Greater Social Value ผู้บรรยาย Dr. Adam Richards กล่าวว่า SROI ไม่ได้เป็นเครื่องมือหรือเทคนิค แต่เป็นกรอบแนวคิด หลักการในการตัดสินใจและพัฒนาไปสู่แนวทางการปฏิบัติที่ดีขึ้น SROI ทำให้เกิดผลกระทบทางบวกสูงสุดและมีประสิทธิภาพ ทำให้เห็นผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้น โดยหลักการ Social Return On Investment สามารถทำได้ 3Ms ได้แก่ วัดผล (Measure) บริหารจัดการ (Manage) และ ขยายผลลัพธ์ (Maximize)

           นอกจากการกล่าวปาฐกถาพิเศษของวิทยากรทั้ง 3 ท่าน แล้วภายในงานยังจัดเวทีเสวนาเปิดโอกาสให้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นผ่านเวทีเสวนาทั้ง 2 เวทีเสวนา ในหัวข้อ แนวทางการขับเคลื่อเป้าหมายโลก SDGs จากนโยบายสู่การปฏิรูปประเทศไทย และ หัวข้อ บทบาทและแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าทางสังคม โดยรายละเอียดแต่ละเวทีเสวนา มีดังนี้

เวทีเสวนา "แนวทางการขับเคลื่อนเป้าหมายโลก SDGs จากนโยบายสู่การปฏิรูปประเทศไทย"

บุคคลที่เข้าร่วมเวที

-          คุณรสา กาญจนสาย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

-          ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ

-          ดร.ธนภัท แสงอรุณ อดีตคณะทำงานปฏิรูปเศรษฐกิจ สปช.

-          ดร.สุรเดช จองวรรณศิริ ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการจัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ในมุมมองของวิทยากรในเวทีเสวนาต่อ Sustainable Development Goals (SDGs)  ถือว่าเป้าหมาย SDGs เป็นเป้าหมายที่ใหญ่ซึ่งทุกๆข้อนั้นครอบคลุมอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จากนโยบายสู่วิสัยทัศน์และพันธกิจ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาครัฐวิสาหกิจ ล้วนมีหน้าที่ของตนเองเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายแต่ละข้อ ภาคการศึกษา ที่ต้องให้องค์ความรู้ที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงวิธีการแก้ปัญหาสังคม ที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน ภาครัฐที่ต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดการร่วมมือ (Corroboration)  ภาคเอกชน โดยเฉพาะองค์กรที่มีทรัพยากร สามารถเป็นหัวจักรผลักดันให้ห่วงโซ (Supply Chain) สามารถเรียนรู้และปรับตัวกับความต้องการของสังคม รวมถึงภาครัฐวิสาหกิจที่มีการดำเนินงานแบบเอกชนและรัฐบาลคอยสนับสนุน ซึ่งได้มีการดำเนินการเริ่มต้นไปแล้วส่วนหนึ่ง โดยการกำหนดตัวชี้วัดให้เหมาะสมกับรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง

             เวทีเสวนา "บทบาทและแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าทางสังคม"

บุคคลเข้าร่วมเวที

-          คุณสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

-          ดร.จงโปรด คชภูมิ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความอย่างยั่งยืนองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

-          คุณวรวัฒน์ ศรียุกต์ ผู้อำนวยการด้านบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด

-          คุณต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ประเทศไทย จำกัด

-          คุณสกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ Co-Founder & Managing Director, NISE Corp S.E.

           จากเวทีเสวนา จะเห็นว่าภาคเอกชนถือเป็นแรงสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ อันเนื่องจากการแข่งขันทางการตลาดทำให้ภาคเอกชนมีความแข็งแกร่ง ก่อให้เกิดความรู้เพื่อไปพัฒนาเรื่องอื่นๆภายในประเทศซึ่งเรื่องของความยั่งยืนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานทุกส่วน เป้าหมายทั้ง 17 เป้าหมาย เป็นแกนนำในการกำหนดยุทธศาสตร์ขององค์กร ให้สอดคล้องกับบริบทของเอกชนทั่วโลกที่ดำเนินตามแผน SDGs ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่ภาคเอกชนพยายามแก้ปัญหาก่อนเป็นอันดับแรก คือ แก้ปัญหาเศรษฐกกิจรากหญ้า คนในชุมชนชนบท ตามความถนัดของแต่ละหน่วยงาน โดยบริษัทน้ำตาลมิตรผลและประชารัฐ จำมุ่งเน้นการทำงานผ่านกลุ่มงาน 3 กลุ่มงาน คือ กลุ่มงานเกษตร กลุ่มงานแปรรูป และกลุ่มงานท่องเที่ยวในชุมชน ในด้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนั้น จะมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้แก่ชุมชนผ่านพันธกิจของตนเองคือสร้างการเข้าถึงถ้าการใช้ไฟฟ้าแก่ชุมชน ส่วนบริษัทบางจากนั้นจะมุ่งเน้นโครงการที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลจากการทำงานผ่านความร่วมมือทั้ง 3 หน่วยงาน คือ ชุมชนเป็นผู้ลงมือทำ เอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อน และรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน นั้นจะเป็นคำตอบสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

           จากเวทีเสวนาทั้ง 2 เวที ทำให้เห็นถึงหน่วยงานแต่ละภาคส่วน มีความต้องการในการสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้ขยายผลนั้น คือ ความร่วมมือร่วมใจ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาครัฐวิสาหกิจ รวมไปถึง คนในพื้นที่ เริ่มจากการทำหน้าที่หรือพันธกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดี และเห็นเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้มีทรัพยากรมากพอที่จะเหนี่ยวนำให้เกิดสภาพแวดล้อมก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน ในการดำเนินการนั้น หากมองผลลัพธ์ทางด้านตัวเงินเพียงอย่างเดียวการลงทุนอาจไม่คุ้มค่า เราต้องมองถึงผลกระทบทางด้านสังคม เพื่อใช้ในการตัดสินใจดำเนินการ ซึ่งกรอบแนวคิดการวัดมูลค่าทางด้านสังคม (Social Return On Investment : SROI ) ไม่เพียงแต่สามารถวัดค่าได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นกรอบกระบวนการในการดำเนินกลยุทธ์ผ่านมุมมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพบรรลุเป้าหมายได้อย่างแท้จริง

 

สามารถชมบรรยากาศในงานหรือข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/socialvaluethailandbynise/